
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กับการประกวด “Yamaha Young Designer Contest ครั้งที่ 3” ได้ผู้ชนะเลิศสุดยอดนักออกแบบรุ่นเยาว์ อันดับ 1 คือนายเตชิน ไกรขจรกิตติ นักศึกษาปี 3 จากมหาวิทยาลัยรังสิต ที่มาพร้อมกับฝีมือการออกแบบเสื้อผ้าแนว Activewear ภายใต้คอนเซ็ปต์ Runway K – Star เสื้อผ้าที่ใช้โจทย์จากแนวโน้มเสื้อผ้าแนววัยรุ่นเกาหลี (Korean Trend) ด้วยการตัดเย็บจริงแสดงแฟชั่นโชว์ได้รับเสียงเชียร์สนั่นเวที Hall 106 บางกอกมอเตอร์โชว์ ไบเทค บางนา ชนะใจกรรมการคว้าตำแหน่งชนะเลิศ รับรางวัลมูลค่ารวม 360,000 บาท นับเป็น “หนึ่งในกลยุทธ์ทางการตลาดที่ยามาฮ่าได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ในการปรับ Lifestyle กับการตลาดเข้าด้วยกัน ในปีนี้ได้รับเกียรติจากสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและสถาบันสอนออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ เข้าร่วม ทำให้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง ทำให้เป็นผู้นำเทรนด์ Active Wear ในกลุ่มวัยรุ่นได้เป็นรายแรกของเมืองไทย ทำให้ผู้บริโภคเกิดการยอมรับในเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ตกแต่ง และจดจำยามาฮ่าในความเป็นผู้นำในทุกแทรนด์ของวงการอุตสาหกรรมแฟชั่นและรถจักรยานยนต์นับตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา
“นอกจากนี้เพื่อให้ทันกับกระแสของภาวะโลกร้อน ที่ทั่วโลกให้ความสนใจและกำลังตื่นตัวกันอยู่ ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ 5 คนสุดท้าย จะได้ทำเสื้อผ้าคอลเลคชั่นพิเศษ “Global Warming Collection” รณรงค์ช่วยลดภาวะโลกร้อน ซึ่งผลงานจากการออกแบบครั้งนี้ ทางยามาฮ่าจะนำไปตัดเย็บและจำหน่ายในโชว์รูมยามาฮ่าทั่วประเทศเพื่อนำรายได้สมทบทุนการกุศล รวมถึงผลงานที่ชนะเลิศจะถูกนำมาผลิตเป็นเสื้อผ้าใน Yamaha Collection เพื่อจำหน่ายในโชว์รูมยามาฮ่าทั่วประเทศอีกด้วย”
ผู้ที่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศในการตัดสินการประกวด Yamaha Young Designer Contest ครั้งที่ 3ไปครองคือ เตชินทร์ ไกรขจรกิตติ นักศึกษาปี 3 จาก มหาวิยาลัยรังสิต กับผลงาน Motorockle ซึ่งได้รับ เงินรางวัล มูลค่า 50,000 บาท พร้อมโล่รางวัล และใบประกาศนียบัตร รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ 1 คัน มูลค่า 45,000 บาท หลักสูตรอบรม Fashion Design ระยะเวลา 2 ปี จำนวน 1รางวัล มูลค่า 265,000 บาทจากสถาบันออกแบบนานาชาติ ชนาพัฒน์ และบัตรสมาชิกพิเศษห้องสมุดสิ่งทอและแฟชั่น ศูนย์สร้างสรรค์องค์ความรู้แฟชั่น สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
เตชินทร์ได้เผยความรู้สึกว่า “ดีใจและไม่คิดว่าตัวเองจะได้รับรางวัลนี้ ซึ่งจากที่ได้เห็นผลงานของเพื่อนๆ แล้วทุกคนทำได้ดีหมด เพราะที่ผ่านมาช่วงระยะเวลาที่ต้องตัดเย็บ ก็มีพบกับอุปสรรคบ้างอย่างเลือกเนื้อผ้าได้ไม่เหมาะสมกับแบบที่ดีไซน์ไว้ ก็ต้องไปหาซื้อเลือกกันใหม่ และก็มีการแก้ไขเรื่องวิธีการเย็บที่ตัวเองรู้สึกว่ายังทำได้ไม่เนี๊ยบพอ ซึ่งตัวไหนสามารถแก้ไขได้ก็แก้ บางตัวก็เริ่มต้นตัดใหม่หมด ซึ่งการประกวดในโครงการนี้ได้ให้ประสบการณ์จริงๆ กับเรา ทั้งการลงมือทำตัดเย็บจริงและยังได้ให้โอกาสเราได้เรียนรู้หาประสบการณ์จริงจากบุคคลผู้อยู่ในแวดวงแฟชั่น ซึ่งโอกาสแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ และหลังจากได้รางวัลนี้ไปสิ่งที่แรกที่ต้องทำคือศึกษาให้จบ และหาเวทีอื่นๆ ประกวดเพื่อหาประสบการณ์ และในอนาคตหากมีโอกาสก็อยากที่จะไปศึกษาต่อทางด้านแฟชั่นที่ต่างประเทศครับ”
ส่วนหนึ่งที่ทำให้งานออกแบบปีนี้สวยกว่าทุก ๆ ปี เป็นเพราะการอบรมเวิร์คชอปให้กับผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้าย โดยคณาจารย์ และนักออกแบบชั้นนำติวเข้ม พร้อมทั้งได้รับข้อมูลแนวโน้มช่วยให้การออกแบบและวางแผนอย่างดีจากศูนย์สร้างสรรค์องค์ความรู้แฟชั่น สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ขอขอบคุณผู้ดำเนินโครงการฯ จนสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์
“นอกจากนี้เพื่อให้ทันกับกระแสของภาวะโลกร้อน ที่ทั่วโลกให้ความสนใจและกำลังตื่นตัวกันอยู่ ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ 5 คนสุดท้าย จะได้ทำเสื้อผ้าคอลเลคชั่นพิเศษ “Global Warming Collection” รณรงค์ช่วยลดภาวะโลกร้อน ซึ่งผลงานจากการออกแบบครั้งนี้ ทางยามาฮ่าจะนำไปตัดเย็บและจำหน่ายในโชว์รูมยามาฮ่าทั่วประเทศเพื่อนำรายได้สมทบทุนการกุศล รวมถึงผลงานที่ชนะเลิศจะถูกนำมาผลิตเป็นเสื้อผ้าใน Yamaha Collection เพื่อจำหน่ายในโชว์รูมยามาฮ่าทั่วประเทศอีกด้วย”
ผู้ที่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศในการตัดสินการประกวด Yamaha Young Designer Contest ครั้งที่ 3ไปครองคือ เตชินทร์ ไกรขจรกิตติ นักศึกษาปี 3 จาก มหาวิยาลัยรังสิต กับผลงาน Motorockle ซึ่งได้รับ เงินรางวัล มูลค่า 50,000 บาท พร้อมโล่รางวัล และใบประกาศนียบัตร รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ 1 คัน มูลค่า 45,000 บาท หลักสูตรอบรม Fashion Design ระยะเวลา 2 ปี จำนวน 1รางวัล มูลค่า 265,000 บาทจากสถาบันออกแบบนานาชาติ ชนาพัฒน์ และบัตรสมาชิกพิเศษห้องสมุดสิ่งทอและแฟชั่น ศูนย์สร้างสรรค์องค์ความรู้แฟชั่น สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
เตชินทร์ได้เผยความรู้สึกว่า “ดีใจและไม่คิดว่าตัวเองจะได้รับรางวัลนี้ ซึ่งจากที่ได้เห็นผลงานของเพื่อนๆ แล้วทุกคนทำได้ดีหมด เพราะที่ผ่านมาช่วงระยะเวลาที่ต้องตัดเย็บ ก็มีพบกับอุปสรรคบ้างอย่างเลือกเนื้อผ้าได้ไม่เหมาะสมกับแบบที่ดีไซน์ไว้ ก็ต้องไปหาซื้อเลือกกันใหม่ และก็มีการแก้ไขเรื่องวิธีการเย็บที่ตัวเองรู้สึกว่ายังทำได้ไม่เนี๊ยบพอ ซึ่งตัวไหนสามารถแก้ไขได้ก็แก้ บางตัวก็เริ่มต้นตัดใหม่หมด ซึ่งการประกวดในโครงการนี้ได้ให้ประสบการณ์จริงๆ กับเรา ทั้งการลงมือทำตัดเย็บจริงและยังได้ให้โอกาสเราได้เรียนรู้หาประสบการณ์จริงจากบุคคลผู้อยู่ในแวดวงแฟชั่น ซึ่งโอกาสแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ และหลังจากได้รางวัลนี้ไปสิ่งที่แรกที่ต้องทำคือศึกษาให้จบ และหาเวทีอื่นๆ ประกวดเพื่อหาประสบการณ์ และในอนาคตหากมีโอกาสก็อยากที่จะไปศึกษาต่อทางด้านแฟชั่นที่ต่างประเทศครับ”
ส่วนหนึ่งที่ทำให้งานออกแบบปีนี้สวยกว่าทุก ๆ ปี เป็นเพราะการอบรมเวิร์คชอปให้กับผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้าย โดยคณาจารย์ และนักออกแบบชั้นนำติวเข้ม พร้อมทั้งได้รับข้อมูลแนวโน้มช่วยให้การออกแบบและวางแผนอย่างดีจากศูนย์สร้างสรรค์องค์ความรู้แฟชั่น สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ขอขอบคุณผู้ดำเนินโครงการฯ จนสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์