ถาม 1.ที่มาและบทบาทของศูนย์สร้างสรรค์องค์ความรู้แฟชั่น (ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากที่ใด)
ตอบ : ความเป็นมาและสถานการณ์ในปัจจุบันอุตสาหกรรมแฟชั่นเป็นอุตสาหกรรมหลักที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีเชื่อมโยงธุรกิจและผู้ประกอบการ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ สามารถจ้างงานและสร้างรายได้จากการส่งออกให้กับประเทศได้ปี เป็นจำนวนเงินมากกว่า 2 แสนล้าน เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ได้เล็งเห็นความต่อเนื่องในการพัฒนาองค์ความรู้ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านแฟชั่น ให้มีโอกาสเข้าถึงข้อมูล และได้ใช้ประโยชน์สูงสุดร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่น อย่างเป็นรูปธรรม ประกอบกับหลายๆ กิจกรรม ภายใต้โครงการกรุงเทพฯ เมืองแฟชั่นได้ดำเนินงานสิ้นสุดลง จึงอนุมัติงบประมาณสนับสนุนและมอบให้สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เป็นผู้สานต่อและดำเนินโครงการและเปิด ศูนย์สร้างสรรค์องค์ความรู้แฟชั่น ชื่อย่อ FKCC โดยใช้งบประมาณปี 2550 จำนวน 7 ล้านบาทผ่านสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม
หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันองค์ความรู้มีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในธุรกิจอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงต้องอาศัยความฉับไว และทันต่อสถานการณ์ ในขณะเดียวกันจะต้องมีความเข้าใจและรับรู้ข่าวสารของแนวโน้มแฟชั่นในอนาคตเพื่อประโยชน์ในการออกแบบ การวางแผน การผลิตและการตลาดให้สอดรับกับสถานการณ์และรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงทุกฤดูกาล และยังสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน อีกทั้งบุคลากรในอุตสาหกรรมแฟชั่นทั้งระดับบริหาร และระดับปฏิบัติการ ยังขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจแฟชั่น ทำให้ไม่สามารถปรับตัวได้ทันกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของแฟชั่น นอกจากนั้นการพัฒนาบุคลากรด้านแฟชั่นยังต้องมีปัจจัยสนับสนุนทั้งในอุปกรณ์การสอนและที่สำคัญ คือข้อมูลของธุรกิจแฟชั่น แนวโน้มของแฟชั่น และตัวอย่างของการออกแบบ และวัตถุดิบต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างบุคลากรด้านแฟชั่น อีกทั้ง โครงการศูนย์รวบรวมแนวโน้มแฟชั่น ซึ่งเป็นโครงการย่อยของโครงการกรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น มีนโยบายมอบข้อมูลแนวโน้มแฟชั่นของศูนย์ทั้งหมดของโครงการให้แก่สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพื่อดำเนินต่อเนื่องและต่อยอดให้เป็นศูนย์กลางเพื่อสร้างสรรค์องค์ความรู้ด้านแฟชั่นต่อไปอีกด้วย ศูนย์สร้างสรรค์องค์ความรู้แฟชั่นมีหน้าที่ในการรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลไม่ว่าจะเป็นข้อมูลแนวโน้มของแฟชั่นในแต่ละฤดูกาล ความเคลื่อนไหวของแวดวงธุรกิจแฟชั่นหรือ ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาสินค้าแฟชั่นเพื่อเผยแพร่ให้กับผู้อยู่อุตสาหกรรมและธุรกิจแฟชั่นได้รับรู้และเรียนรู้ถึงทิศทางต่างๆที่จะเป็นไป ของตลาดโลกในอนาคต โดยจะเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้รวดเร็วและตรงกลุ่มที่สุด
วัตถุประสงค์ของโครงการ 1. เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารของธุรกิจแฟชั่น แนวโน้มแฟชั่น2. เพื่อสร้างองค์ความรู้และกระจายข้อมูลความรู้เกี่ยวกับธุรกิจแฟชั่น การออกแบบ การวิจัย และการพัฒนาแฟชั่น แนวโน้มทิศทางของแฟชั่น และข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับอุตสาหกรรมแฟชั่น ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสิ่งทอและ เครื่องนุ่งห่ม3. เพื่อยกระดับความรู้ในการศึกษาแฟชั่น เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการพัฒนาบุคลากรด้านแฟชั่น และพัฒนาการ ออกแบบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของธุรกิจอุตสาหกรรมแฟชั่นเพื่อให้ธุรกิจอุตสาหกรรมแฟชั่นมีข้อมูลเชิงลึกที่ช่วย ในการวิเคราะห์สามารถปรับตัวได้ทันกับแนวโน้มของแฟชั่น และสร้างความเข้มแข็งธุรกิจแฟชั่นไทยเพื่อเป็น ผู้นำแฟชั่นได้ในระยะยาว
ถาม 2. ภายใน FKCC จะมีองค์ความรู้แฟชั่นด้านใดบ้าง และแหล่งความรู้นั้นมาจากที่ใดและอัพเดทมากน้อยเพียงใด
ตอบ : องค์ความรู้แฟชั่น ภายในศูนย์ประกอบด้วยการกิจกรรมแบ่งได้ 3 ส่วนใหญ่ ๆ ด้วยกัน ได้แก่
1. ศูนย์รวบรวมผลิตภัณฑ์สิ่งทอ (Thai Textile Products Center) พื้นที่ 300 ตรม.
2. ห้องสมุดแฟชั่น ที่มีทั้งหนังสือแนวโน้มแฟชั่น นิตยสาร รายงาน ตำราข้อมูลเชิงลึก และมุมมัลติมีเดียที่แสดงภาพเคลื่อนไหว จากห้องสมุดของสถาบันฯ และศูนย์รวบรวมแนวโน้มแฟชั่นที่ย้ายมารวมบนพื้นที่ 400 ตรม.
3. ห้องนิทรรศการ เรามีพื้นที่ 300 ตรม ไว้หมุนเวียนการจัดแสดงผลงานการออกแบบผ้าและเครื่องนุ่งห่ม
จัดสัมมนาวิชาการ การทำ workshop ด้านแฟชั่น อีกทั้งเป็นการเปิดโอกาสให้นักออกแบบรุ่นใหม่ได้ใช้เวที นี้นำเสนอผลงานให้เป็นที่รู้จัก
เรื่องขอการอัพเดท มากหรือน้อย ในปีแรกเราใช้งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุน ไปกับการออกแบบและตกแต่งพื้นที่ การจัดหาข้อมูลจะทำต่อเนื่องและอัพเดทศูนย์ฯ ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ข้อมูลและความรู้ที่เป็นสากล โดยองค์ความรู้จะประกอบด้วย
· หนังสือแนวโน้มสี ผ้า แบบ และรูปทรง จัดหา ฯ ปีละ 2 ครั้งหรือ 2 ฤดูกาล
· นิตยสารและรายงาน มีทั้งรายเดือน ราย 2 เดือน หรือรายไตรมาส ขึ้นอยู่กับการตีพิมพ์
· ส่วนตำราหรือข้อมูลเชิงลึก สามารถหาได้ตลอดทั้งปี อันนี้น่าจะรวมถึง ข้อมูลอิเลคโทรนิค ที่เราสามารถเป็นสมาชิกและดูข้อมูลได้ทางอินเตอร์เน็ท
ถาม 3. กลุ่มเป้าหมาย
ตอบ เราแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ
กลุ่มที่ 1 เป็นนักอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบการ ซึ่งเรามีพันธมิตรที่มีความเชื่อมโยงกันกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำอยู่แล้ว เช่น
· สมาคมอุตสาหกรรมผลิตเส้นใยสังเคราะห์
· สมาคมอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย
· สมาคมอุตสาหกรรมทอผ้าไทย
· สมาคมอุตสาหกรรมสหพ่อค้าไทย
· สมาคมอุตสาหกรรมฟอกย้อมพิมพ์และตกแต่งสิ่งทอ
· สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย
· สมาคมอุตสาหกรรมชาวโบ๊เบ๊
· สมาคมไหมไทย
· สมาคมผู้ผลิตและออกแบบแฟชั่นเครื่องแต่งกาย FDTA
· กลุ่มชมรมผู้ประกอบเสื้อผ้าแบรนด์เนม Bangkok Fashion Society
· ผู้ประกอบธุรกิจผ้าและเครื่องนุ่งห่ม
· นักออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่น
กลุ่มที่ 2 เป็นสถาบันการศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น
· มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์
· มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศิลปากร
· มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
· มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
· มหาวิทยาลัยรังสิต
· มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
· สถาบันเทคโนโลยี่เจ้าคุณทหารลาดกระบัง
· มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
· มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
· มหาวิทยาลัยบรูพา
· มหาวิทยาลัยขอนแก่น
· มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
· มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตพระนครใต้
· มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตพายัพ
· มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพ
· มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตโชติเวช
· สถาบันบุนกะแฟชั่น
· สถาบันสอนออกแบบราฟเฟิลส์
· สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์
· สถาบันอาคาเดเมียร์อิตาอิตาเลียนา (ไทยแลนด์)
· วิทยาลัยอาชีวะศึกษา
ถาม 4. ขอทราบวิธีที่จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกจาก FKCC ได้อย่างไร
ตอบ : ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ศูนย์ฯ มีได้หลายทาง เพราะศูนย์ฯ เป็นส่วนหนึ่งของสถาบันฯ ซึ่งมีทีมงานที่มีประสบการณ์ เราสะสมข้อมูล ความรู้ ในอุตสาหกรรมแฟชั่นมานาน ไม่เพียงแค่การให้บริการห้องสมุดแฟชั่น มีหนังสืออยู่บนชั้นให้ดู ประโยชน์จากองค์ความรู้ที่ FKCC มีให้บริการ ยังช่วยงานรออกแบบ การวางแผน การผลิตและทราบล่วงหน้าถึงทิศทางการตลาดเเปลี่ยนแปลงตลอดทุกฤดูกาล ช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน หากผู้ใช้บริการรู้ลึกและเข้าใจนำ ประโยชน์ไปใช้ก็จะเกิดมูลค่าเพิ่มอีกมาก นอกจากนั้นทีมงานของสถาบันฯ จะช่วยต่อภาพ ให้ผู้ใช้บริการศูนย์ฯ ได้เห็นความเชื่อมโยงของอุตสาหกรรมแฟชั่น ตั้งแต่ สี วัสดุ รูปทรง แบบวาด ไปจนถึง เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เปรียบเหมือนกับ การช่วยให้คนที่ยืนอยู่ข้างช้าง หลับตาเอามือคลำช้าง ก็สามารถบอกได้ว่าเป็นตัวอะไร
ถาม 5. บริการพิเศษของ FKCC ที่แตกต่างจากที่อื่น
ตอบ : FKCC เป็นศูนย์แฟชั่นที่ครบวงจร ตั้งแต่ ก-ฮ เราเป็นโครงการระดับประเทศ เป็นศูนย์กลางที่ตั้งขึ้นเพื่อกระจายความรู้ที่ถือว่าเป็นสิ่งที่มีค่า ทำให้ผู้คนได้รู้ ไม่ว่าเรื่องการจัดหาวัตถุดิบอย่างไร ? การที่ศูนย์รวมสิ่งทอและศูนย์สร้างสรรค์องค์ความรู้แฟชั่น อยู่ภายใต้อาคารอันเดียวกัน ก็เป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะนักออกแบบจะได้มีโอกาสเข้าถึงนวัตกรรมผ้าชนิดใหม่ ช่วยลดความได้เปรียบเสียเปรียบของนักออกแบบรุ่นเก่าและนักออกแบบรุ่นเยาว์ ผนวกกับการฝึกอบรมให้เข้าใจของที่มาของการกำหนดแนวโน้มแฟชั่นต่าง ๆ สามารถถอดรหัส เข้าใจการกำหนด Themes หรือ ความสัมพันธ์กันก็ช่วยให้การออกแบบสามารถนำมาผลิตเชิงพาณิชย์ได้ สถาบันฯ ยังจัดหลักสูตรอบรมอีกมากกว่าปีละ 50 หลักสูตร สามารถต่อยอดความรู้ ได้ ทั้ง เส้นใย ผ้าผืน เครื่องนุ่งห่มจนถึงผลิตภัณฑ์แฟชั่น ช่วยสานฝัน สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม เหล่านี้ล้วนเป็นสิทธิประโยชน์ที่ศูนย์มีให้
ถาม 6. สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอตั้งเป้าหมายกับ FKCC ไว้อย่างไร
ตอบ : FKCC น่าจะเป็นจุดเปลี่ยน (Turning Point) ของวงการแฟชั่น และยังเป็น 1 ในโครงการย่อยที่สถาบันฯ ต้องกำกับดูแล การมี FKCC ยังช่วยเติมเต็มให้สถาบันฯ ในการทำประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมแฟชั่นและอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยเพื่อสร้างองค์ความรู้ให้ บุคลากรแฟชั่นแข่งขันกับต่างประเทศไดอย่างยั่งยืน
ถาม 7. ขอทราบแผนการโฆษณาประชาสัมพันธ์และแผนการตลาด
ตอบ : แผนการประชาสัมพันธ์ เราเริ่มการทำให้คนเห็นภาพรวมก่อน การสร้าง Corporate Image ก็เป็นเรื่องจำเป็น เวลาคนมองกลับเข้ามาจะเห็นสถาบันฯ ทั้งหมดและเห็นศูนย์ฯ เป็นหน่วยงานหนึ่งในสถาบันฯ ซึ่งต้องไปทิศทางเดียวกันก่อน ดังนั้นแผนประชาสัมพันธ์และการตลาดศูนย์ฯ จะเป็นหนึ่งในแผนย่อย สร้างการบริการสมาชิกและการกระตุ้นการรับรู้เกี่ยวกับกิจกรรมภายในศูนย์ฯ เป็นเรื่องสำคัญ เรามีแผนที่ต่อเนื่อง ทั้งระยะสั้น และระยะกลาง สถาบันฯ มีจุดแข็งเยอะ การประชาสัมพันธ์ ก็คงนำเอาสิ่งที่เราทำได้ดี และรู้ลึกมาประชาสัมพันธ์ แต่ก็ไม่ถึงกับวาดฝันในสิ่งที่ให้ไม่ได้ เดี๋ยวสมาชิกหรือผู้ใช้บริการจะผิดหวัง ซึ่งจะทำการตลาดเชิงลึก ก็คงทำตามเหตุและผล เพราะเราเป็นหน่วยงานที่ให้ ไม่ไช่การทำธุรกิจแข่งกับเอกชน
ถาม 8. FKCC จะซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น เช่น TCDC หรือไม่อย่างไร
ตอบ : ชื่ออาจคล้ายกัน เพราะมีคำว่าสร้างสรรค์เหมือนกัน แต่ของเราเป็นศูนย์สร้างสรรค์เฉพาะทาง เราเน้นองค์ความรู้ด้านแฟชั่น ถ้าอะไรที่เกี่ยวกับแฟชั่น ก็เป็นบทบาทหน้าที่ของศูนย์เรา ส่วนความซ้ำซ้อน ถ้าจะมีก็มีบ้างในเรื่องหนังสือ แต่พอศูนย์ฯ เปิดแล้ว ทุกคนรู้ว่ามีหน่วยที่ดูเรื่องแฟชั่นโดยตรง ต่างคนก็ต่างปรับเข้าหากันเอง เราก็หารือกับหลาย ๆ หน่วยงานที่มีห้องสมุด เพื่อเลี่ยงหลีกการจัดหาหนังสือที่ซ้ำกัน เช่น ห้องสมุดของกรมส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ร่วมมือกันได้ ในฐานะหน่วยงานของรัฐ เหมือนกัน เขายังให้รายชื่อหนังสือแฟชั่นที่มีสมาชิกอยากอ่าน และแนะนำให้พิจารณาจัดหาเข้าห้องสมุดเราด้วย
ถาม 9 สมาชิกมีกี่ประเภท และค่าบริการ FKCC ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านใดบ้าง
ตอบ : เราแบ่งความบริการสมาชิก FKCC ไว้เป็นรายปี มี 3 ประเภท คือ
· Corporate เช่น บริษัท สมาคม ผู้ประกอบการ และหน่วยงาน ค่าสมาชิก ปีละ 2,000 บาท โดยส่งรายชื่อได้ 3 ชื่อ สามารถใช้บริการได้ครั้งละ 1 ท่าน · Individual เช่น ผู้ประกอบการทั่วไป ค่าสมาชิกรายบุคคล ปีละ 1,000 บาท
· นักเรียน นักศึกษา นักศึกษา ปีละ 300 บาท
สามารถใช้บริการทั้งห้องสมุดแฟชั่นและศูนย์รวมสิ่งทอ เสียค่าสมาชิกทีเดียวใช้ได้ทั้ง 2 ศูนย์ เรายังก็มีส่วนลดและสิทธิประโยชน์อื่นๆ สำหรับสมาชิก เช่น
· ส่วนลดการเข้าร่วมกิจกรรม อบรม สัมมนา ที่สถาบันฯ และศูนย์เป็นผู้จัด 30-50%
· สิทธิเข้าร่วมแสดงนิทรรศการที่ศูนย์จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมกิจกรรมแฟชั่นได้ปีละ 1 ครั้ง
หวังว่าศูนย์ฯ เราจะเป็นจุดนัดพบแห่งใหม่ของคนในวงการแฟชั่น ซึ่งสถานที่ตั้งเดินทางสดวก
อยู่แค่ซอยตรีมิตร กล้วยน้ำไท ที่เดียวกับสถาบันฯ นี้เอง สนใจรายละเอียดติดต่อสมัครเป็นสมาชิกที่
ศูนย์สร้างสรรค์องค์ความรู้แฟชั่นได้โทร 02-7135492-9 ต่อ 400
โทรสาร 02-7135492-9 ต่อ 500
อีเมล์ fashion@thaitextile.org
เปิดจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-19.00 เสาร์-อาทิตย์ 9.00-17.00